fbpx

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

แคนตาลูป เป็นพืชที่ชอบ อากาศอบอุ่นถึงร้อน อุณหภูมิที่เหมาะสม สำหรับการเจริญเติบโต อยู่ระหว่าง 25-30 องศาเซลเซียส ซึ่งบ้านเรานั้นปลูกได้อย่างแน่นอนค่ะ วันนี้ทางฟาร์มเมอร์เลยจะมาบอกเทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดีมากฝากค่ะ จะมีขั้นตอนอย่างไรบ้างไปดูกันเลยจ้า

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

อุณหภูมิระหว่าง กลางวันกับกลางคืน มีอิทธิพลต่อ ความหวาน และคุณภาพของ แคนตาลูป ถ้าความแตกต่าง ยิ่งมากจะทำ ให้ความหวาน และคุณภาพยิ่งสูง แต่สภาพที่หนาวเย็น จะทำให้ผลแคนตาลูปไม่โต การเจริญเติบโตจะชะงัก แคนตาลูปเป็นพืชที่ ชอบแสงแดด ตลอดวัน ดังนั้นเราควรเลือกพื้นที่ปลูกที่โล่งแจ้ง ซึ่งรูปแบบการปลูกนั้นมีอยู่ 3 รูปแบบคือ

  1. แบบปล่อยเลื้อยบนแปลงดิน
  2. แบบทำค้างบนแปลงดิน
  3. แบบปลูกในโรงเรือน

ขั้นตอนการปลูก

  1. การเพาะกล้า เนื่องจากเมล็ดมีราคาแพง ควรเพาะกล้าลงถุงก่อนแล้วปลูกจะช่วยประหยัดเมล็ดพันธุ์และค่าใช้จ่ายในการ ดูแลรักษา ซึ่งจะดีกว่าปลูกด้วยเมล็ดโดยตรง การเพาะทำได้โดยนำเมล็ดพันธ์มาแช่ในน้ำอุ่น(ประมาณ ½-1 ชั่วโมง แล้วนำมาห่มด้วยผ้าชุบน้ำ รดน้ำพอชุ่ม(อย่าให้แฉะ) และปิดผ้ารักษาความชื้นไว้ ประมาณ 1-2 วันเมื่อเมล็ดเริ่มแทงรากออกมา จึงนำไปหยอดในถุงชำ ถุงละ 1-2 เมล็ด แล้วจึงกลบดินบาง ๆ
  2. การดูแลกล้า รดน้ำเช้าเย็นจนต้นกล้ามีใบจริง 2 ใบ หรือมีอายุ 12 – 15 วัน ก็ย้ายปลูกได้
เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

ในระยะเพาะกล้ามักมีศัตรูของต้นกล้า ได้แก่ จิ้งหรีด จิ้งกือ จีซอน เข้ากัดกินต้นอ่อน ดังนั้น ระยะนี้ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ โดยอาจใช้ผงป้องกัน และกำจัด โรยด้านข้างรอบแปลงเพาะกล้าที่พร้อมย้ายลงแปลงปลูกจะมีอายุประมาณ 15 วัน หรือมีใบจริงแล้วประมาณ 3-5 ใบ

วิธีการป้องกันกำจัดโรคและแมลง

โรคราน้ำค้าง เกิดในสภาพอากาศที่อุณภูมิต่ำ ความชื้นสัมพันธ์สูง ป้องกันกำจัดด้วยสารเคมีพวกดาโคนิล, ริดโดมิล, เอพรอน 85
โรคเหี่ยว ป้องกันโดยไม่ปลูกซ้ำ พื้นที่เดิม
โรคราแป้ง เกิดในสภาพอากาศที่มีอุณหภูมิต่ำ ความชื้นสัมพันธ์ต่ำ ป้องกันกำจัดโดยใช้ยาอาฟูกาน
โรคไหม้ เกิดในสภาพอากาศอุณหภูมิต่ำ ความชื้นสัมพันธ์สูง เกิดทั้งที่ใบและลำต้น ป้องกันโดยฉัดพ่นสารประเภทดูดซึม เช่น คาร์เบนดาซิม, เบนเลท, ท๊อบซินเอ็ม
เพลี้ยไฟ ดูดกินน้ำเลี้ยงเป็นพาหะของไวรัส ป้องกันโดยใช้ยาดูดซึมพวก คาร์โบฟูราน รองก้นหลุม ฉีดยาพ่นยาพวกคาร์โบซันแฟน ,เมทโธมิล
แมลงเต่าแตง ระบาดโดยกัดกินใบ ป้องกันกำจัดด้วยสารเคมี พวกคาร์บาริล หรือสารดูดซึม ในกลุ่มของไดโครโตฟอส
หนอนกัดกินใบและผลอ่อน ป้องกันโดยใช้ยากลุ่มเมทโธมิล หรือกลุ่มโมโนโคร โตฟอส

เทคนิคการปลูกแคนตาลูปให้ได้ผลดี

การเก็บเกี่ยว

แคนตาลูป มีอายุการเก็บเกี่ยวประมาณ 80-120 วัน หลังการปลูก สำหรับระยะการเก็บผลที่เหมาะสมให้สังเกตจากลักษณะต่อไปนี้

  1. บริเวณรอยต่อของขั้วกับผลจะพบรอยแตกสีน้ำตาลอ่อน
  2. สีของผลเปลี่ยนจากระยะผลอ่อนที่เป็นสีเขียวเปลี่ยนเป็นสีครีมเข้ม สีเหลือง สีส้ม และสีนวล ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์
  3. ร่างแหมีรอยนูนแข็ง และใหญ่อย่างเห็นได้ชัดมากกว่าระยะอ่อน
  4. เมื่อดมที่ผลจะได้กลิ่นหอมอ่อนๆของแคนตาลูป
  5. การทดสอบทางเคมี ควรมีความถ่วงจำเพาะของน้ำแคนตาลูปไม่ต่ำกว่า 1.04 ปริมาณน้ำตาลไม่ต่ำกว่า 10% (w/w)

การเก็บแคนตาลูป ควรเก็บขณะผลสุกเพียง 80% สำหรับเผื่อระยะเวลาในการขนส่ง 2-3 วัน ซึ่งจะทำให้แตงสุกพอดี

ดูสินค้าเพิ่มเติมของ ฟาร์มเมอร์มี <== คลิ๊ก

ที่มา Famermee สินค้าเกษตร เครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์

สอบถาม หรือ สั่งซื้อตามช่องทางที่สะดวก

(เวลาทำการ จันทร์- เสาร์ 09.00-18.00 น.)

หรือโทร
0902674007, 043002379

Farmer Mee ฟาร์มเมอร์มี ร้านค้าออนไลน์ ด้านการเกษตร

ดำเนินการโดย
บริษัท มีให้กรุ๊ป จำกัด
168/136 หมู่ที่ 4 ถ.ประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000