fbpx

วิธีปลูก “คะน้าเห็ดหอม” แบบไฮโดรโพนิกส์ให้ต้นอวบอ้วน ขายได้ราคาดี!

วิธีปลูก “คะน้าเห็ดหอม” แบบไฮโดรโพนิกส์ให้ต้นอวบอ้วน ขายได้ราคาดี!

คะน้าเห็ดหอมเป็นผักที่มีต้นกำเนิดในทวีปเอเชียซึ่งเพาะปลูกมากในประเทศจีน ฮ่องกง มาเลเซีย รวมไปถึงประเทศไทยของเราด้วย เป็นผักที่หาซื้อได้ง่าย แต่ควรระวังในเรื่องของการปนเปื้อนของยาฆ่าแมลงด้วย แต่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี การปลูกแบบไฮโดรโพนิกส์นอกจากจะปลอดสารพิษแล้วยังได้ผักที่สดสะอาดกินได้ทั้งปีเลยค่ะ แต่จะปลูกอย่างไรให้ต้นอวบอ้วนน่ารับประทาน หรือส่งออกขายได้ราคาดี วันนี้เรามีเคล็ดลับมาบอกค่ะ

การปลูกผักคะน้าเห็ดหอมให้ต้นอ้วนใหญ่นั้น ถ้าสภาพอากาศเย็นก็จะทำได้ง่าย ดังจะเห็นได้ว่าผักคะน้าที่นำเข้าจากประเทศจีนมักจะมีขนาดลำต้นที่อ้วนใหญ่น่ารับประทาน แต่ถ้านำผักคะน้าพันธุ์เดียวกันมาปลูกในบ้านเรากลับได้ผักคะน้าที่ต้นไม่อ้วนใหญ่ เป็นเพราะบ้านเรามีสภาพอากาศร้อนกว่า ซึ่งทำให้การปลูกผักคะน้าให้มีขนาดลำต้นอ้วนใหญ่ทำได้ยากแม้ในฤดูหนาวก็ตาม แต่เราจะปลูกในระบบไฮโดรโพนิกส์นั่นเองค่ะ

ขั้นตอนการเตรียมการปลูก

เตรียมสารละลายธาตุอาหาร เป็นสูตรปุ๋ย 1 ต่อ 200 เรียกสูตรปุ๋ย ดร.ยงยุทธ 5 มีอัตราการการใช้ดังต่อไปนี้
ปุ๋ย A
ประกอบด้วย แคลเซียมในเตรท 1,100 กรัม
ผสมกับน้ำให้ได้ปริมาตร 5 ลิตร
ปุ๋ย B
ประกอบด้วยโปแตสเซียมในเตรท 600 กรัม
แม็กนีเซียมซัลเฟต 600 กรัม
โมโนโปแตสเซียมฟอสเฟต 270 กรัม
ผสมกับน้ำให้ได้ปริมาตร 5 ลิตร


ปุ๋ย C
ประกอบด้วยเหล็ก EDDHA 100 กรัม
เหล็ก DTPA 100 กรัม
นิกสเปรย์ 100 กรัม
แอมโมเนียมโมลิเดส 0.5 กรัม
ผสมกับน้ำให้ได้ปริมาตร 10 ลิตร
ปุ๋ย D
ประกอบด้วย โมโนโปแตสเซี่ยมฟอสเฟต 500 กรัม
ผสมกับน้ำให้ได้ปริมาตร 5 ลิตร

วิธีปลูก “คะน้าเห็ดหอม” แบบไฮโดรโพนิกส์ให้ต้นอวบอ้วน ขายได้ราคาดี!

วิธีการปลูก

  • เริ่มจากการเพาะเมล็ดพันธุ์นำวัสดุปลูกเพอร์ไล 2 ส่วน+ เวอร์มิคูไล 1 ส่วน ใส่ในถ้วยปลูกโดยรดด้วยน้ำผสมสปอร์ของเชื้อราไตรโคเดอร์มา
  • แล้วใส่เมล็ดพันธุ์ผักคะน้าเห็ดหอมลงไปหลุมละ 3-4 เมล็ด
  • จากนั้นนำไปใส่ที่โต๊ะเพาะ ที่มีสารละลายธาตุอาหารไหลผ่านก้นถ้วยปลูกตลอดเวลา เพื่อให้น้ำ
  • ให้ปุ๋ยและคอยระบายความร้อนจากแดดใส่ปุ๋ย A B และ C อย่างละเท่าๆ กันปรับ EC ปรับ EC ประมาณ 1.8 mS/cm ต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่าเวลาเราใส่ปุ๋ยเพื่อปรับ EC เราจะต้องใส่ปุ๋ยทั้ง 3 สูตรคือทั้ง A B และ C อย่างละเท่าๆกัน เช่นถ้าเราใส่ปุ๋ย A 100 ซีซี จะต้องใส่ปุ๋ย C และ B อย่างละ 100 ซีซี เท่ากัน พร้อมทั้งปรับ pH ประมาน 6.8 โดยมีแผ่นโฟมปิดด้านบน
วิธีปลูก "คะน้าเห็ดหอม" แบบไฮโดรโพนิกส์ให้ต้นอวบอ้วน ขายได้ราคาดี!
  • พอต้นกล้าผักคะน้าอายุได้ 3 วันจึงค่อยๆ เพิ่มปริมาณแสงแดดขึ้นจนต้นกล้าผักคะน้าอายุได้ 7 วัน ให้ตัดต้นกล้าผักคะน้าในถ้วยปลูกให้เหลือ 1 ต้นต่อถ้วย
  • เมื่อต้นกล้าผักคะน้าอายุ 11 วันให้ย้ายขึ้นโต๊ะปลูกปรับ EC ที่ 3.5-4 mS/cm และ pH ประมาณ 6 ใส่เชื้อไตรโคเดอร์มา 100 กรัมข้าวสุกต่อสารละลายธาตุอาหาร 200 ลิตร และเติมน้ำและปรับ pHเช้าและเย็นเท่านั้น
  • เมื่อผักคะน้าอายุได้ 25 วันจะทำการถ่ายสารละลายธาตุอาหารออก ส่วนสารละลายธาตุอาหารใหม่เราจะปรับ EC ที่ 3-3.5 และ pH ที่ 5.5 อย่าลืมใส่เชื้อไตรโคเดอร์มาด้วย
  • เมื่อผักอายุได้ 25 วันค่อยเริ่มเติมปุ๋ย

การปรับค่า EC และ pH จะช่วยให้ผักมีรสชาติดีขึ้น เมื่อผักคะน้าอายุได้ 39 วันเราจะถ่ายสารละลายธาตุอาหารครั้งสุดท้ายโดยปรับ EC ที่ 2.0-2.5 ปรับ pH ที่ 5.5 จากนั้นคอยเติมน้ำและปรับ pH ทุกวันเติมปุ๋ย C และปุ๋ย D เหมือนเดิม จะสังเกตว่าผู้เขียนจะให้ค่า EC เช่น 2.5-3.0 หรือ 2.0-2.5 ให้ผู้ปลูกจำไว้เลยว่า ถ้าปลูกผักคะน้าในช่วงอากาศเย็นให้ใช้ EC

ถ้าปลูกในช่วงที่อากาศร้อนให้ใช้ค่าต่ำ และต้องระวังอย่าให้แสงมากจะทำให้ผักเหี่ยวและผักมีรสชาติไม่ดี หลังจากนั้นจะเริ่มเก็บผักคะน้าได้ตั้งแต่อายุ 40 วันจะรับประทานอร่อยมากแต่ลำต้นผักคะน้าจะยังไม่ใหญ่ที่สุดลำต้นผักคะน้าจะใหญ่ที่สุดประมาณ 45 วันและถ้าเก็บหลังจาก 45 วันไปแล้วลำต้นผักคะน้าจะเริ่มแข็งขึ้นเรื่อยๆ เมื่อผักโตเต็มที่ก็สามารถเก็บรับประทานหรือนำไปขายได้เลยค่ะ

ดูรายละเอียด น้ำหมักมูลไส้เดือนOrganic100% 

ที่มา Famermee สินค้าเกษตร เครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์

สอบถาม หรือ สั่งซื้อตามช่องทางที่สะดวก

(เวลาทำการ จันทร์- เสาร์ 09.00-18.00 น.)

หรือโทร
0902674007, 043002379

Farmer Mee ฟาร์มเมอร์มี ร้านค้าออนไลน์ ด้านการเกษตร

ดำเนินการโดย
บริษัท มีให้กรุ๊ป จำกัด
168/136 หมู่ที่ 4 ถ.ประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000