fbpx

วิธีการปลูก ดูแลรักษา นาข้าวให้ได้ผลผลิตดี

วิธีการปลูก ดูแลรักษา นาข้าวให้ได้ผลผลิตดี การปลูกข้าวเพื่อให้ได้ผลิตผลสูงนั้นมีปัจจัยสำคัญหลายอย่าง เช่น ปลูกด้วยข้าวพันธุ์ดี วิธีการปลูกและดูแลรักษา การกำจัดโรคและแมลงศัตรูข้าว มีการกำจัดวัชพืช หรือแม้แต่การใส่ปุ๋ยเคมีในนาข้าว ข้าวจะได้ผลผลิตดีก็ต่อเมื่อได้มีวิธีการปลูกและดูแลรักษาอย่างดี โดยเลือกพันธุ์ข้าวที่ดี ข้าวพันธุ์ดีในที่นี้หมายถึง พันธุ์ข้าวที่มีลักษณะรูปต้นดี แตกกอมาก ใบสีเขียวแก่ ตั้งตรง ปลายใบไม่โค้งงอ และเป็นพันธุ์ ที่มีความต้านทานต่อโรคและแมลง ตอบสนองต่อปุ๋ยสูง เพื่อจะทำให้ชาวนามีผลผลิตที่มากขึ้น เราจะพาทุกคนไปดูค่ะว่าจะมีวิธีการปลูกและดูแลรักษาอย่างไรให้ได้ข้าวที่มีคุณภาพ ได้น้ำหนักดี

วิธีการปลูก ดูแลรักษา นาข้าวให้ได้ผลผลิตดี

วิธีการปลูก ดูแลรักษา นาข้าวให้ได้ผลผลิตดี

การทำนาหว่าน เป็นการปลูกข้าวโดยการหว่านเม็ดลงไปในที่นาที่มีการเตรียมพื้นเอาไว้แล้ว เป็นวิธีที่ชาวนานิยมทำมากขึ้นเนื่องจากประหยัดเวลาและแรงงาน ซึ่งการทำนาหว่านมีอยู่ 2 แบบคือ นาหว่านข้าวแห้ง และนาหว่านข้าวงอก นั่นเองค่ะ
1. นาหว่านข้าวแห้ง เป็นการหว่านเมล็ดข้าวเพื่อคอยฝน เป็นการหว่านเมล็ดข้าวแห้งในสภาพดินแห้งหลังจากการไถแปรครั้งสุดท้ายแล้วหว่านเมล็ดข้าวลงไปโดยไม่ต้องคราดกลบ เมล็ดจะตกลงไปอยู่ในระหว่างก้อนดิน เมื่อฝนตกลงมาเมล็ดข้าวจะงอกขึ้นมา
2. นาหว่านข้าวงอก หรือหว่านน้ำตม คือการนำเมล็ดข้าวที่ถูกเพาะให้งอก มีขนาดตุ่มตา (มีรากงอกประมาณ 1-2 มิลลิเมตร) ไปหว่านลงในกระทงนา ซึ่งมีการเตรียมดินจนเป็นเทือก การทำนาหว่านน้ำตมที่จะให้ได้ผลดีนั้น จะต้องปรับพื้นที่นาให้สม่ำเสมอ มีคันนาล้อมรอบและสามารถควบคุมน้ำได้

การหว่านข้าว ควรหว่านให้สม่ำเสมอทั่วแปลง ข้าวจะได้รับธาตุอาหาร แสงแดด และเจริญเติบโตสม่ำเสมอกัน ทำให้ได้ผลผลิตสูง โดยเดินหว่านในร่องแคบๆ ที่ทำไว้ เมล็ดพันธุ์ที่ใช้หว่านแต่ละแปลงย่อยควรแบ่งออกเป็นส่วนๆ ตามขนาดและจำนวนแปลงย่อย เพื่อที่จะให้เมล็ดข้าวที่หว่านลงไปจะได้สม่ำเสมอทั่วทั้งแปลง ในนาที่เป็นดินทรายมีตะกอนน้อยหลังจากทำเทือกแล้วควรหว่านทันที และควรกักน้ำไว้หนึ่งคืนแล้วจึงระบายออก จะทำให้ข้าวงอกและจับดินดียิ่งขึ้น

การดูแลรักษา

นาข้าวหากขาดการดูแลเอาใจใส่จะทำให้ข้าวมีผลผลิตที่ลดลง แตกกอน้อย ผลผลิตไม่สูง รวงข้าวน้ำหนักเบา หรือเป็นโรคจนทำให้ไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ จึงจำเป็นที่จะต้องมีการดูแลรักษาจนถึงฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งมีวิธีดูแลรักษา ดังนี้!!

1. การกำจัดวัชพืช วัชพืชเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างหนึ่งในการปลูกข้าว ทำให้ผลผลิตลดลงโดยเฉพาะนาข้าวจะได้รับผลกระทบเป็นอย่างมากหากไม่ได้รับการเอาใจใส่ดูแลแปลงปลูกโดยวัชพืชมีเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แย่งแสงแดด น้ำและธาตุอาหารของข้าว ทำให้ข้าวได้รับแสงแดด น้ำและธาตุอาหารน้อยลง การเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ส่งผลให้ลำต้นแคระแกรน แตกกอน้อยหรืออาจไม่แตกกอเลย ขนาดรวงสั้นเล็ก ผลผลิตลดลง ซึ่งการกำจัดวัชพืชในนาข้าวนั้นมีหลายวิธี เช่น การเตรียมดิน การเลือกใช้พันธุ์ข้าวที่เหมาะสม การควบคุมระดับน้ำ และการใช้แรงงานกำจัดวัชพืน นั่นเองค่ะ

2. การป้องกันโรคและแมลง สภาพอากาศในแต่ละปีมักจะมีความแตกต่างกัน ส่งผลให้การระบาดของโรคและแมลงในแต่ละปีไม่แน่นอนตามไปด้วย โรคที่ชาวนาพบในนาข้าว เช่น โรคไหม้ โรคใบวง เนื่องจากสภาพอากาศในแต่ละปีจะแปรเปลี่ยนอยู่เสมอ ส่วนแมลงที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยกระโดดหลังขาว ที่ดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นข้าวการป้องกันทำได้โดยใช้พันธุ์ที่มีความต้านทานหรือปลูกให้เร็วขึ้นกว่าเวลาปกติ ซึ่งเป็นการหลีกเลี่ยงการระบาดของแมลงได้ หรือปลูกพืชที่มีกลิ่นฉุนบริเวณแปลงนา เพื่อไล่แมลง เช่น ดาวเรือง ตะไคร้หอม การป้องกันโดยคลุกเมล็ดพันธุ์กับหนอนตายอยากป่น สามารถป้องกันมดและแมลงใต้ดินได้ แต่เกษตรกรนิยมปลูกโดยใช้เมล็ดพันธุ์เพิ่มขึ้นเพื่อป้องกันความเสียหาย

3. การป้องกันสัตว์และศัตรูอื่น สัตว์ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นปัญหาสำหรับนาข้าว เช่น นก หนู หอยเชอรี่ เข้ามาทำลาย โดยการขุดคุ้ยหลุมปลูก กินเมล็ดข้าวและกัดกินต้นข้าวระยะตั้งท้องการป้องกันอาจทำได้หลายวิธี เช่น สร้างกับดัก ทำหุ่นไล่กา ก็สามารถช่วยได้

4. ระดับน้ำ การจะผลผลิตข้าวให้ได้ผลผลิตสูงการควบคุมระดับน้ำเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มหว่านจนข้าวแตกกอ ระดับน้ำไม่ควรเกิน 5 เซนติเมตร เมื่อข้าวแตกกอเต็มที่ การจะผลผลิตข้าวให้ได้ผลผลิตสูงการควบคุมระดับน้ำเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะตั้งแต่เริ่มหว่านจนข้าวแตกกอ ระดับน้ำไม่ควรเกิน 5 เซนติเมตร เมื่อข้าวแตกกอเต็มที่

5. การใส่ปุ๋ย การใส่ปุ๋ยในนาข้าวควรใช้ปุ๋ยอินทรีย์เพื่อลดความเสียหายจากการชะล้างของฝน เช่น ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก หรือปุ๋ยอินทรีย์อื่นๆ เพื่อให้ต้นข้าวแข็งแรง มีภูมิคุ้มกันต่อโรค

โดยทางเรามี ฟาร์มเมอร์มี ฝาทอง น้ำส้มควันไม้ เกรดพรีเมี่ยม ที่มีคุณสมบัติป้องกันโรค ช่วยกระตุ้นข้าวให้งอกเร็ว ได้เมล็ดที่ไม่รีบแบน ทำให้ข้าวมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะน้ำส้มควันไม้แตกต่างจากน้ำส้มอื่นๆ ที่ได้จากการหมัก หรือการกลั่น คือ มีสารประกอบหลากหลายกว่า โดยเฉพาะฟีนอลที่ได้จากการสลายตัว ของลิกนิน

ฝาทอง

น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบต่างๆ มากกว่า 200 ชนิดซึ่งได้จากการ สลายตัวของไม้ด้วยความร้อนจนเกิดเป็นสารประกอบใหม่หลายชนิด เช่น กรดอินทรีย์ และแอลกอฮอล์ชนิดต่างๆ ที่ได้จากการสลายตัวของเฮมิ เซลลูโลสและเซลลูโลส น้ำส้มควันไม้มีสารประกอบที่สำคัญได้แก่ น้ำ 85 % กรด อินทรีย์ 3 % และสารอินทรีย์อื่นๆ 12 % มีค่า pH 1.5-3.7

ฟาร์มเมอร์มีฝาทอง <===คลิก

ที่มา Famermee สินค้าเกษตร เครื่องมือการเกษตร เมล็ดพันธุ์

สอบถาม หรือ สั่งซื้อตามช่องทางที่สะดวก

(เวลาทำการ จันทร์- เสาร์ 09.00-18.00 น.)

หรือโทร
0902674007, 043002379

Farmer Mee ฟาร์มเมอร์มี ร้านค้าออนไลน์ ด้านการเกษตร

ดำเนินการโดย
บริษัท มีให้กรุ๊ป จำกัด
168/136 หมู่ที่ 4 ถ.ประชาสโมสร ต.ในเมือง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น 40000