“พริกกระสอบ” ปลูกง่าย กำไรงาม เก็บได้ทั้งปี

“พริกกระสอบ” ปลูกง่าย กำไรงาม เก็บได้ทั้งปี

พริกถือเป็นเครื่องเทศที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของโลก โดยถิ่นกำเนิดของพริกนั้นอยู่ในทวีปอเมริกากลางและใต้ และจากที่นั่นนักผจญภัยก็ได้นำพริกมาปลูกเผยแพร่ในยุโรปแล้วจากยุโรปพริกก็ถูกนำไปปลูกกันแพร่หลายทั่วโลก อาหารในประเทศไทยขึ้นชื่อว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้อาหารไทยเป็นเอกลักษณ์ก็คือ ความเผ็ด

“พริกกระสอบ” ปลูกง่าย กำไรงาม เก็บได้ทั้งปี
ปลูกง่าย กำไรงาม เก็บได้ทั้งปี

เราจะพูดถึงการทำอาชีพเกษตรนั้นหรือใครที่กำลังมองหาวิธีในการปลูกพริกแบบง่ายๆ ไม่มีพื้นที่มากเราก็สามารถปลูกได้ การทำเกษตรการปลูกพืชผักนั้นเราจะต้องรู้จักเทคนิคเคล็ดลับการพลิกแพลงวิธีที่จะช่วยให้พืชผักของเรานั้นเจริญเติบโตได้เร็วมีความสมบูรณ์

วิธีการเพาะปลูก

1 เริ่มด้วยการนำดินผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตรเสมอ 15-15-15 ลงไปในกระสอบปุ๋ยที่เราได้เตรียมเอาำไว้ประมาณครึ่งกระสอบ

2 นำกล้าพริกที่เพาะไว้ในถาดหลุมมาปลูกลงในกระสอบ กระสอบละ 1 ต้น

พริกกระสอบ
นำดินผสมปุ๋ยคอกและปุ๋ยสูตรเสมอ

3 วางเรียงกระสอบให้เป็นแถวยาวๆ หมั่นรดน้ำในช่วงเวลาเช้าและช่วงเวลาเย็น ให้เราดูแลในเรื่องของโรคและแมลงต่างๆจนกว่าพริกจะมีการเจริญเติบโตให้ผลผลิตออกมาได้ดี และพร้อมที่จะสามารถเก็บเกี่ยวได้

4.หลังจากลงปลูกเพียง 3 เดือน ก็สามารถเก็บขายได้นานเป็นปีหรืออาจจะมากกว่าขึ้นอยู่กับการดูแล และเมื่อต้นพริกหมดอายุก็ให้ยกกระสอบออกนำดินไปเทผึ่งแดดจากนั้นก็หาดินชุดใหม่มาทำเหมือนเดิม

ข้อดีของการปลูกพริกลงในกระสอบนั้นก็เพราะว่า สำหรับวิธีนี้เราสามารถแก้ไขปัญหาน้ำขังหรือในส่วนของรากที่เสียได้ และที่สำคัญเรายังสามารถยกเคลื่อนย้ายไปมาได้อย่างง่ายดาย

พริกกระสอบ
มีเคล็ดลับ คือ “ดิน”

มีเคล็ดลับ คือ “ดิน” ที่ปลูกแล้วไม่สามารถกลับมาใช้ได้อีกเพราะจะเป็นแหล่งสะสมของโรค แต่สามารถนำไปปลูกพืชชนิดอื่นได้ ส่วนกระสอบนั้นสามารถนำกลับมาใช้ได้อีกครั้ง

โรคที่ต้องระวัง

1.โรคเหี่ยวเขียว: โดยเริ่มแรกนั้นใบจะเหี่ยวและห้อยลงมา แต่ยังมีใบสีเขียว โดยจะยืนต้นตาย ถ้านำมาตัดดูบริเวณโคนต้น จะพบว่าท่อน้ำและท่ออาหารจะกลายเป็นสีน้ำตาล และถ้าตัดตามขวางจะมีน้ำสีขาวไหลออกมา

2.โรคเหี่ยวเหลือง: เชื้อราจะเข้าทำลายส่วนที่อยู่ใต้ดินก่อน เช่น ส่วนราก ลำต้นที่อยู่ใต้ดิน หลังจากนั้น ใบจะเริ่มเหลือง เหี่ยวและร่วงหล่นเริ่มจากใบล่างสู่ยอดอ่อน มักเกิดในระยะออกดอกและติดผล

2.โรคเหี่ยวเหลือง: เชื้อราจะเข้าทำลายส่วนที่อยู่ใต้ดินก่อน เช่น ส่วนราก ลำต้นที่อยู่ใต้ดิน หลังจากนั้น ใบจะเริ่มเหลือง เหี่ยวและร่วงหล่นเริ่มจากใบล่างสู่ยอดอ่อน มักเกิดในระยะออกดอกและติดผล

3.โรคแอนแทรกโนส หรือโรคกุ้งแห้ง: เริ่มแรกจะพบแผลเป็นจุดสีน้ำตาลจากนั้นจะขยายวงกว้าเป็นรูปวงรี และแผลจะขยายได้กว้างอย่างไม่มีขอบเขต ส่งผลให้พริกเน่า

4.โรคกุ้งแห้งเทียม: มีแผลคล้ายโรคกุ้งแห้ง โดยมักเกิดที่ผลมากกว่าที่ใบ ตามรอยเจาะของแมลงวันผลไม้หรือเนื้อเยื่อบาง

5.โรคเน่าเปียก:  โดยยอดอ่อน ใบอ่อน ตาดอก และดอก จะเน่าเละ เป็นสีน้ำตาลดำ โดยเริ่มจากกยอดลงมา ใบจะมีลักษณะไหม้ สีน้ำตาลดำอย่างรวดเร็ว

6.โรครากเน่าและโคนเน่า: ทำให้ต้นกล้าเน่า หรือถ้าเกิดในพืชที่เจริญเติบโตแล้วจะทำให้เกิดอาการใบเหลือง ร่วง เหี่ยว 

แต่ไม่ต้องเป็นกังวลไปค่ะ เพราะเรามีตัวช่วยไม่ให้พริกของเราต้องเจอกับปัญหาเหล่านี้ วันนี้เราเลยมีผลิตภัณฑ์จากฟาร์มเมอร์มีมาแนะนำทุกท่านค่ะ นั่นคือ สารคุมโรค ยับยั้งเชื้อราและไวรัส ฟาร์มมีฝาแดง ที่จะมาช่วยยับยั้งเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราทุกชนิด

ฟาร์มเมอร์มีฝาแดง
สรรพคุณของฟาร์มเมอร์มีฝาแดง
ยับยั้งเชื้อรา ในพืชทุกชนิด หยุดการขยายตัวของไวรัส แบคทีเรีย รากเน่า โคนเน่า ใบจุด ราสนิม ราน้ำค้าง ใบแห้ง ใบด่าง ใบไหม้ เชื้อรา ในลำต้นกิ่งก้านใบ กุ้งแห้งในพริก แก้อาการใบแก้ว ใบลายในส้ม ลดการหลุดล่วง ของดอก และผลอ่อน

ขอบคุณที่มา: https://www.topiczap.com/?p=693

ดูสินค้าเพิ่มเติมของ ฟาร์มเมอร์มี <== คลิ๊ก

สินค้าเกษตรคุณภาพ