ประโขน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี กินสีไหน ได้ประโชน์อย่างไร

ประโขน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี กินสีไหน ได้ประโชน์อย่างไร

ประโขน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี กินสีไหน ได้ประโชน์อย่างไร กล้วยน้ำว้า เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์เยอะมาก ซึ่งแต่ละสีก็มีประโยชน์แตกต่างกันออกไป และยังเป็นผลไม้ที่หลสยๆบ้านมีติดไว้ในครัว ซึ่งสามารถเอาไว้รับประทานรองท้อง หรือรับประทานเพื่อช่วยในเรื่องของการลดน้ำหนัก เพราะในกล้วยน้ำว้ามีวิตามินและแร่ธาตุต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมากกว่า 10 ชนิด เช่น โปรตีน วิตามินเอ วิตามินบี6 วิตามินบี12 วิตามินซี ธาตุเหล็ก ธาตุโพแทสเซียม ธาตุแมกนีเซียม โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ดังนั้นวันนี้ทางเราฟาร์มเมอร์มี ขอพาทุกคนไปรู้จักกับประโยชน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี ตามไปดูกันเลยจ้า

กล้วยดิบ

ประโขน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี กินสีไหน ได้ประโชน์อย่างไร

เปลือกของกล้วยจะมีสีเข้ม กล้วยดิบจะเหมะสำหรับคนที่ต้องการแก้ปัญหาเรื่องของโรคกระเพาะ เพราะในกล้วยดิบมีรสชาติฝาดที่เรียกว่า แทนนิน เป็นกรดอ่อนๆ ช่วยเครือบลำไส้ และบรรเทาอาการของโรคกระเพาะอาหารได้ กล้วยดิบไม่สามารถรับประทานสดๆได้ จะรับประทานโดยการนำ “กล้วยดิบ” หั่นบาง ๆ ตากแดดให้แห้ง และบดให้ละเอียดเป็นแป้ง ปริมาณ 1 – 2 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ

กล้วยห่าม

ประโขน์ของกล้วยน้ำว้า 4 สี กินสีไหน ได้ประโชน์อย่างไร

กล้วยห่าม คือ กล้วยที่กำลังจะสุกกึ่งดิบกึ่งสุก เปลือกภายนอกสีเหลืองแต่มีสีเขียวประปราย สามารถรับประทานได้สดๆ ช่วยในการทดแทนโพรแทสเซียมที่สูญเสียไปจากร่างกายในตอนที่ท้องเสีย นอกจากนี้ กล้วยห่ามจะช่วยเพิ่มจุลินทรีย์โปรไบโอติกซึ่งเป็นแบคทีเรียชนิดดีที่พบในลำไส้ และ กล้วยห่ามยังอุดมไปด้วยสารแทนนิน ซึ่งมีส่วนช่วยในการรักษาอาการท้องเสียชนิดที่ไม่รุนแรงได้อีกด้วย

กล้วยสุก

กล้วยที่สุกแล้วจะมีสีเหลืองทอง มีฤทธิ์เป็นยาระบายอ่อนๆ อุดมไปด้วยสารเพ็กติน ที่เป็นเส้นใย ช่วยเพิ่มกากอาหารทำให้สามารถขับถ่ายได้ดีขึ้น เนื่องจากมีสารเพคตินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงช่วยเพิ่มกากอาหารให้กับลำไส้ เมื่อผนังลำไส้ถูกดันก็จะทำให้รู้สึกอยากขับถ่ายนั้นเอง รับประทานครั้งละ 1 – 2 ลูก และดื่มน้ำเปล่าตามมากๆ แต่สำหรับคนที่มีอาการท้องผูกมากๆต้องรับประทานวันละ 5-6 ลูกเพื่อให้ได้ผลดี

กล้วยสุกงอม

กล้วยที่สุกงอมมาก ๆ จนเปลือกเปลี่ยนเป็นสีคล้ำนั้นสามารถช่วยต้านมะเร็งได้ ซึ่งภายนอกอาจจะดูไม่น่ากิน แต่กล้วยงอมมีเบต้าแคโรทีน ซึ่งอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูล​อิสระ​ ที่มีส่วนช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง เพราะช่วยเพิ่มเซลเม็ดเลือดขาว และมีสารที่เรียกว่า TNF (Tumor Necrosis Factor) ซึ่งมีความสามารถในการต่อสู้กับเซลล์ที่ผิดปกติ และยิ่งกล้วยสุกมากเท่าไหร่ มีจุดสีดำที่เปลือกมากขึ้นเท่าไร ก็จะยิ่งทำให้เกิดสารเสริมภูมิต้านทานนี้มากขึ้น การรับประทานกล้วยสุกจัดเป็นประจำวันละ 1-2 ลูกยังช่วยเสริมภูมคุ้มกันโรคหวัด

ขอบคุณข้อมูลจาก : bkkparttime

ดูบทความอื่นๆ : เคล็ดลับวิธีการดูแลและปลูกกล้วย ให้ได้กินตลอดปี